วังเวียง-เวียงจันทน์ 4 วัน 3 คืน งบ 4,000 บาท - Thai Social

Post Top Ad

Tuesday, 25 June 2019

วังเวียง-เวียงจันทน์ 4 วัน 3 คืน งบ 4,000 บาท



วังเวียงเมืองชิคๆ !!มีความเป็นชนบท ผสมความเป็นเมือง ถือเป็นหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบงบน้อย และมีเวลาจำกัด ไฮไลน์ของที่นี่มีหลายอย่างมาก เช่น พายเรือคายัค ล่องห่วงยางแม่น้ำซองพร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆ เล่น Zip line กระโดดน้ำที่ Blue Lagoon หรือจะเช่ามอไซด์ขับเล่นๆ ก็สนุกไปอีกแบบ



สิ่งที่ต้องเตรียมล่วงหน้า คือ ตั๋วอุดรฯ- วังเวียง (บ. 999 สีส้มๆ) สำหรับใครที่จะไปต้องวางแผนซื้อตั๋วตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่านทางออนไลน์ หรือโทร 1490 การจองทุกครั้งต้องใช้เลข Passport ของทุกคนที่จะเดินทาง เมื่อจองเสร็จนำเลขการจองไปจ่ายเงินที่ 7-11 ภายในเวลาที่กำหนด เอาหมายเลขจองรถ มายื่นรับตั๋วที่ บขส. อุดร



ตั๋วกรุงเทพฯ-อุดรฯ (บ. สวัสดีอิสาน) ควรจองล่วงหน้า 1 อาทิตย์ จ่ายเงินไปและรับตั๋ว หรือจะไปซื้อที่หน้า Counter ได้เลยที่พักจำปาลาว สามารถจองผ่านเพจ Champalao bungalows ได้เลย สอบถามราคาห้อง จำนวนห้องพัก ขอเลขบัญชี-โอนเงิน และรอรับใบเสร็จ



การเดินทาง19.30 น. เราเดินทางออกจากหอพัก-หมอชิต โดยนัดเจอเพื่อน 2 คน ที่หมอชิต นัดอีก 1 คนที่อุดร และอีก 1 ที่วังเวียง



20.30 น. เมื่อถึงหมอชิต รอขึ้นรถ 21.00 น. เราใช้บริการรถทัวร์สวัสดีอีสาน เพราะใช้รถบริษัทฯ นี้เป็นประจำเวลาเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด บริการดี เบาะกว้าง มีผ้าห่ม ที่ชาจแบต ข้าวกล่อง ขนมและน้ำให้บริการ เราจองแค่ขาไป ราคา 454/เที่ยว (เนื่องจากขากลับยังไม่มีเวลาที่แน่นอน)



21.00 น. รถออกจากกรุงเทพฯ (หมอชิต)-อุดรฯ จะมีพนักงานแจกอาหาร (วันนี้ได้กินผัดหน่อไม้+ไข่ต้ม) รสชาติอร่อย คุ้มราคามาก หลังจากนั้นก็นอนยาวๆ ไปเลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-9 ชั่วโมง



06.00 น. ถึง หน้า บขส. อุดรฯ ตื่นมากับความงัวเงีย รีบเดินข้ามถนนเข้าไปใน บขส.ฯ ทันที และแยกย้าย ล้างหน้า แปรงฟัน (ค่าเข้าห้องน้ำ 3 บาท) หาข้าวกิน แต่เราไม่กินเพราะเช้าเกินไป ระหว่างรอขึ้นรถที่ชาญชลา 14 ได้โทรหาเพื่อนอีก 1 คน ที่นัดเจอกันที่อุดรฯ รอซักพักเพื่อนก็มา และเราก็ได้ตั๋วรถไปวังเวียงมา (เราไม่ได้จองเองนะ แต่เป็นการซื้อต่อจากกลุ่มอื่นอีกที ราคา 320 บาท/เที่ยว



08.30 น. รถทัวร์มาถึงเราก็ไม่รอช้า เอาเป้ฝากใต้ท้องรถทันที (วันนี้มีรถเสริมด้วยนะ เพราะเป็นช่วงหยุดยาว) รถทัวร์ออกจาก บขส อุดร มุ่งหน้าสู่ประเทศลาว ใช้เวลาเดินทาง 7-8 ชั่วโมง นั่งได้ซักพักเจ้าหน้าที่บนรถจะแจกเอกสารผ่านด่านให้กรอก และบอกว่าไม่ต้องแลกเงินและซิมที่ ตม. เดี๋ยวจะพาไปซื้อที่พักรถระหว่างทางในลาว ซึ่งเราก็สงสัยว่าอาจจะมีซัมติง เลยคิดว่าจะไปแลกที่ ตม. ลาว (เรทราคาอาจจะไม่เหมือนกัน)



09.00 น. ถึง ตม. หนองคาย เจ้าหน้าที่ตรวจ Passport และเดินทางต่อไปที่ ตม. ลาว



9.20 น. ลงไปต่อคิว ซึ่งวันที่ไปคิวยาวและคนเยอะพอสมควร เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร ปั๊มตรา และถ่ายรูปเสร็จ เราแวะแลกเงินด้านซ้ายมือตรวจ Passport เราแลกไป 4,000 บาท ตีเป็นเงินลาวก็ประมาณ 1,098,080 กีบ (1 บาท = 275 กีบ) โอ้วว ได้จับเงินล้านครั้งแรก เราเดินตอไปด้านหลังไปซื้อตั๋ว Pay Pass ถ้าวันธรรมดาจะ 5 บาท (1,000 กีบ) สวนวันเสาร์-อาทิตย์ 50 บาท (10,000 กีบ) หลังจากนั้น เราเดินไปซื้อซิมแต่คนเยอะ เลยตัดสินใจจะไปซื้อที่จุดพักรถที่ลาว



09.50 น. รถทัวร์ออกจาก ตม. ลาว มุ่งสู่วังเวียง ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างทางเป็นทางคดเคี้ยว หลุมเยอะมาก และฝุ่นฟุ้งกันเลยทีเดียว



14.00 น. ถึงจุดพักรถ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้เวลาพักประมาณ 30 นาที ไม่รอช้าเราดิ่งลงไปซื้อซิมทันที ปรากฏว่าซิมที่ขายเมื่อเทียบกับที่ ตม. ลาว ราคาและเนตต่างกัน ถือว่าพลาดไป (แนะนำให้แลกเงินและซื้อซิมที่ ตม. ลาว จะดีที่สุดราคาถูกกว่าและเนตเยอะกว่า)



เราซื้อซิม 3G ราคา 30,000 กีบ ใช้ได้ 5 วัน ได้เนต 6 GB (จะมีพนักงานช่วยเปลี่ยนซิมและเปิดใช้เบอร์ให้) ไม่นานความหิวที่สะสมมาตลอดการเดินทางหลายชั่วโมง เราเลยสั่งข้าวผัด ราคา 18,000 กีบ (ในเมนูจะแถมไข่ดาวให้) รสชาติอาหารถือว่าอร่อยหรือว่าเพราะหิวไม่รู้สิ



14.50 น. ขึ้นรถพร้อมกับความอิ่ม พร้อมนอนต่อ หลังจากรถออกไม่นานเจ้าหน้าที่บอกว่าขอเก็บค่าล่วงเวลาคนละ 5 บาท!! เอิ่มม! มีงี้ด้วยหรอ การเดินทางต่อไปถึงวังเวียงใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง!!



17.20 น. ในที่สุดก็ถึงวังเวียง และเจอเพื่อนอีกคนเป็นอันครบสำหรับทริปคนแปลกหน้า พอมาถึงตรงนี้แล้วเราไม่รู้ว่าจะต้องต่อรถหรือเดินไปทางไหน ก็ยืนงงๆ กันซักพักและทุกคนก็ดูเหนื่อย เราเลยเปิด GPS จาก บขส. วังเวียงถึงที่พักจำปาลาวระยะทาง 1.5 กิโลเมตร



พวกเราตัดสินใจเดินเพราะไหนๆ ก็ถึงแล้ว เดินไปเรื่อยๆ ตามเส้นทาง map จนมาถึงที่พัก#จำปาลาวบังกะโล เรา Check in และเดินไปดูบรรยากาศข้างหลัง โอ้วว บรรยากาศดีมาก ทีนี้รีบถ่ายรูปรัวๆ กันใหญ่ ความเหนื่อยที่สะสมมาหายไปไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือได้วิวดีมาก จากนั้นก็ขึ้นไปเก็บของ เราได้ห้องเตียงเดี่ยว สภาพห้องก็ประมาณนี้ ทำการจัดข้าวของ อาบน้ำ และนอนพัก ก่อนจะชวนกันไปหาอะไรกิน



19.00 น. เป็นอาหารมื้อแรกและมื้อที่พวกเราที่เราได้ทำความรู้จักกัน จัดแจงสั่งลาบ ส้มตำ ต้มแซ๊บ และหมูย่าง (รอประมาณ 1 ชั่วโมง น๊านนาน) สิ่งที่แปลกมากในมื้อนี้คือลาบใส่ถั่วงอก (รสชาติที่หาคำตอบไม่ได้ 55 แปลกใหม่ไปอีก)



หลังจากอิ่มก็เชคบิล มื้อนี้หมดไป 185,000 กีบ คนบ้าอะไรกินข้าวหมดเงินเป็นแสน ซักพักความฮาเริ่มมาละ ทุกคนต่างเอาเงินออกมานับ แต่นับยังไงก็ไม่ถูกเพราะเงินลาวตัวเลขเยอะ มันก็จะงงๆ กัน (มือใหม่หัดนับเงินกีบ)

20.30 น. เดินหาซื้อ one day trip ราคา 210,000 กีบ (รวมถ้ำช้าง, ถ้ำน้ำ, พายเรือคายัค, Zip line, Blue Lagoon 1) อาหารเที่ยงฟรี มีรถมารับถึงที่พัก



21.30 น. มาถึงจุดที่ไม่ควรพลาดของค่ำคืนนี้เป็นที่ไหนไปไม่ได้ที่คนพูดถึงเยอะ นั่นก็คือ ซากุระบา (Sakura Bar) ที่นี่ปิด 00.00 น บอกเลยว่าไม่มาที่นี่ถือว่าพลาด เพราะผู้เกาหลีและฝรั่งดีต่อใจมาก



แต่ที่พลาดคือเรามาถึงฟรีดริ้งก็หมดซะแล้ว (ฟรีดริ้ง 20.00-21.00 น.) เพื่อนเลยสั่งเหล้าถังมา ราคาประมาณ 50,000 กีบ และกินเบียร์ต่อ เบียร์ลาวราคาขวดเล็ก/ใหญ่ ก็ราคา 20,000 กีบ คืนนี้เราหมดไป 40,000 กีบ