คุณปู่วัย 70 ปี เก็บเงินได้ 30,000 โดนเจ้าของหาว่าขโมยเงินไป - Thai Social

Post Top Ad

Wednesday, 17 July 2019

คุณปู่วัย 70 ปี เก็บเงินได้ 30,000 โดนเจ้าของหาว่าขโมยเงินไป



สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีคุณปู่แซ่หลีวัย 79 ปีคนหนึ่ง นายหลีบอกว่าแต่เดิมเคยมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความสข แม้ว่าจะไม่มีเงินทองที่มากมาย แต่ก็สามารถดำรงชีวิตไปได้ด้วยความสุข มีรอยยิ้ม แต่ในปีที่ลูกชายอายุ 20 ปี เขาไปเป็นอาสาสมัครจนต้องจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

หลังจากที่ลูกชายจากไปได้ไม่นาน ภรรยาของนายหลีก็จากเขาไปอีก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ในช่วงเช้าก็จะออกมาเก็บขยะขาย หาอะไรทำเพื่อจะได้ไม่รู้สึกเหงา



ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานายหลีก็ยึดอาชีพเก็บของเก่าขาย รอบบ้านมีแต่ขยะของเก่าเต็มไปหมด เพื่อนบ้านเห็นแล้วก็สงสาร บ้างก็ช่วยเหลือเขาบ้างนิดๆหน่อยๆ  ในวันนี้ก็เช่นกันกินข้าวเช้าได้ไม่กี่คำก็เข็นรถออกไปหาของเก่าขายแล้ว เนื่องจากเมื่อวานนี้ฝนตกหนักมาก ทำให้ถนนลื่นมาก อากาศก็หนาวมาก บนท้องถนนก็ไม่มีผู้คนมากมาย เดินๆอยู่ จู่ๆ นายหลีก็พบถุงขยะดำๆ

นายหลีเก็บขึ้นมา พบว่าในกระเป๋าสีดำนั้นเต็มไปด้วยธนบัตรของจริงจำนวนมาก ยังมีบัตรประจำตัวประชาชนด้วย นายหลีคิดในใจว่า "ตอนนี้จิตใจของเจ้าของที่ทำเงินหายคงกระวนกระวายน่าดู" นายหลีจึงนั่งรอที่เดิม เพราะหวังว่าเจ้าของจะกลับมาตามหาเงินของเขา นายหลีนั่งรอนานกว่า 6 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เห็นมีคนมาตามหาเงินจำนวนนี้ นายหลีจึงนำเงินไปส่ง

ในเวลานั้นเองก็มีชายคนหนึ่งหน้าตาท่าทางรีบร้อนมาก วิ่งมาพร้อมกับก้มหน้าก้มตาเหมือนกำลังหาอะไรบ้างอย่างตามพื้นทางเดิน นายหลีคิดว่า เขาน่าจะเป็นเจ้าของเงินจำนวนนั้น แต่ก็ไม่กล้าทักเพราะกลัวว่าจะมีคนแอบอ้าง ในตอนนั้นเองชายคนนั้นก็วิ่งมาตรงหน้านายหลี



ถามนายหลีว่า "เห็นกระเป๋าสีดำบ้างไหม? หลังจากที่เขาพูดชื่อและหมายเลขบัตรประชาชนที่ถูกต้อง นายหลีจึงเอาเงินคืนเขาไป แต่ขณะที่นายหลีกำลังจะเดินจากไปนั้น ชายคนนั้นก็ตะโกนถามว่า "ในกระเป๋ามีเงิน 30,000 แต่ทำไม เหลือแค่ 20,000 ตาเฒ่านี่แกขโมยเงินไปใช่ไหม?"

นายหลีตอบไปอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ว่า "ตอนฉันเห็นก็มีแค่นี้แล้ว จะขาดไปได้อย่างไร?"

คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหยุดเดินและมองไปที่นายหลีพร้อมกับบอกว่า "รีบคืนเงินให้เจ้าของไปเถอะ"

ในตอนนั้นนายหลีนิ่งเงียบใช้สติคิดหาทางออกอยู่สักพัก จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อของตนเอง

ในตอนนั้นทั่วร่างกายของนายหลีเต็มไปด้วยบาดแผล แล้วพูดว่า "ทั่วร่างกายของฉันเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งหมดนี้เกิดจากการสู้รบปรบมือกับอุปสรรค์มากมายเพื่อครอบครัวของฉัน กล้าได้กล้าเสี่ยงอย่างไม่คิดชีวิต แล้วกับเงินแค่นี้มันคุ้มหรอที่จะทำแบบนี้ หนุ่มเอ้ย! ทำอะไรต้องมีจิตสำนึกหน่อยนะ"



ในตอนนั้นชายที่กล่าวหาก็เริ่มน้ำตาไหล

สุดท้ายผู้คนที่ยืนมุงดูรอบๆก็เริ่มทำหน้าตาสงสัย ชายคนดังกล่าวก็รีบกล่าวขอโทษนายหลียกใหญ่ จนคนที่ยืนมุงดูเริ่มด่าว่าชายหนุ่มว่าไม่มีจิตสำนึก ทำกับคนแก่แบบนี้ได้อย่างไร

กระทั่งชายหนุ่มยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้นายหลีเพื่อเป็นการขอบคุณ แต่นายหลีไม่ขอรับไว้ แต่ได้ฝากคำพูดหนึ่งไว้ว่า "เป็นคนต้องมีมโนธรรม" จากนั้นก็เข็นรถเข็นคันเก่าๆ เดินจากไป เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มได้บทเรียนราคาแพงจากนายหลี

ยิ่งคุณล้มลงต่ำมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเห็นความสำคัญของมโนธรรมมากขึ้นเท่านั้น  แต่ไม่ต้องรอจนถึงตกต่ำที่สุด จึงค่อยมาพูดถึงเรื่องมโนธรรม มันสายเกินไป

บางครั้ง บางคำพูดอย่ารีบพูดอย่างมั่นใจเต็มปาก บางเรื่องก็อย่าทำอะไรมากเกินไป ต้องเป็นไปตามวัฏจักรชีวิต หากวันนี้คุณแข็งแกร่งรังแกผู้คน หยาบคายทำร้ายผู้อื่น เหยียบจนคนอื่นจมดิน เชื่อเถอะว่าสักวันหนึ่งหากเขายืนขึ้นมาได้ เขาจะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำกับเขาแน่นอน



ฉะนั้นเกิดเป็นคนต้องเหลือหนทางสำหรับตนเองไว้สักทาง เพื่อว่าอนาคตจะเมื่อได้มาพบเจออีกครั้งจะได้ไม่ลำบากใจ และไม่ทำร้ายตนเอง

คนที่ถ่อมตัว ก็คือคนที่เรียนรู้จักซ่อนความเจ็บปวดไว้ เป็นคนคิดอย่างรอบคอบ ทำดีต่อผู้อื่น นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้จักการสงบเสงี่ยม มีชีวิตที่ตรงไปตรงมา เปิดใจกว้าง

คนถ่อมตัว จะมีพลังที่ยิ่งใหญ่ แม้จะดูเหมือนอ่อนแอ แต่ที่จริงคนเหล่านี้มีความแข็งแกร่งอยู่ภายใน แม้ภายนอกเหมือนจะธรรมดา อ่อนแอบางครั้ง แต่ความอ่อนแอนี้สามารถเอาชนะความแข็งแกร่งและพลังที่ยิ่งใหญ่ได้

คนที่ถ่อมเนื้อถ่อมตน เป็นคนดี และพยายามรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ดีไว้ คนเหล่านี้มีความอดทนต่อผู้อื่นและสงบสติอารมณ์ตัวเอง

ที่มา twgreatdaily