ย้อนฟัง แบงค์ เปิดใจ เลิกสิ่งไม่ดีทุกอย่าง เพื่อเป็นพ่อและสามีที่ดี - Thai Social

Post Top Ad

Thursday, 4 July 2019

ย้อนฟัง แบงค์ เปิดใจ เลิกสิ่งไม่ดีทุกอย่าง เพื่อเป็นพ่อและสามีที่ดี



หลังจากปล่อยให้หลายคนสงสัยในเรื่องความสัมพันธ์ เพราะไม่เห็นรูปคู่ของ นักร้องหนุ่ม แบงค์ ปรีติ หรือ แบงค์ แคลช กับแฟนสาว โอซา แวง มาได้สักพักแล้วนั้น ล่าสุดแบงค์ได้ออกมาเคลื่อนไหว โพสต์อัปเดตเรื่องราวความรักลงในอินสตาแกรมแล้ว



ภายใต้ภาพคู่ของ แบงค์-โอซา แวง ที่แบงค์เขียนยอมรับว่า ทั้งคู่พยายามที่สุดแล้ว และต้องตัดสินใจด้วยความเจ็บปวด ต้องหยุดความสัมพันธ์แล้วกลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิม ช่วงเวลาที่แสนวิเศษในฐานะคนรักกันนั้นมันยังคงสง่างามอยู่ในความทรงจำเสมอ และทั้งคู่จะยังคอยช่วยเหลือและห่วงใยกันไปไม่เปลี่ยนแปลง

วันนี้ทีมข่าวสยามนิวส์จะพาย้อนไปชมบทสัมภาษณ์ของคุณแบงค์กันค่ะ โดยเปิดเผยว่า “เมื่อก่อนตอนเรายังเด็ก จะคิดแค่ว่าคนที่คบกับเราอยู่ เขาเหมาะสมกับเรารึเปล่า แต่พอโตขึ้นเรากลับคิดถึงทั้งสองฝั่งคือเขาเหมาะสมกับเรา แล้วเราเหมาะสมกับเขาหรือเปล่า เรื่องแบบนี้มันต้องแฟร์ ถ้าสักวันหนึ่งผมจะแต่งงาน มันไม่ใช่แค่มีเงินแล้วจะแต่งงานหรืออายุ 30 ปีแล้ว จะต้องแต่งงาน คือเรื่องฐานะก็อีกเรื่องนึง แต่เราต้องมาถามตัวเองว่าเราพร้อมเป็นพ่อของลูกหรือยัง



ที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่ายังไม่มีอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเปลี่ยนตัวเองไปเลย แต่พอมาถึงตอนนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไรเหมือนกันที่ทำให้รู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้ว ช่วงเวลาที่เราโสดมา 2-3 ปี ทำให้เราคิดได้เยอะ มานั่งคิดว่าทำไมความรักเราถึงไม่สำเร็จ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าที่ผ่านมาเราเห็นแก่ตัวและเข้าข้างตัวเอง ถ้าเราไม่เห็นแก่ตัวทุกอย่างจะราบรื่น

สำหรับเรื่องแต่งงานตอนนี้พูดตรง ๆ ก็คุยกันไว้ประมาณนึง แต่เราเองต้องกลับมาย้อนถามตัวเองก่อนว่าเราดีหรือยัง ถ้าเราถามตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้ดี เหมาะจะเป็นแม่ของลูกมั้ย เราต้องย้อนมาถามตัวเองก่อนว่าเราดีพอจะเป็นพ่อของลูกหรือยัง ถ้าจะไปเลิกกินของมึนเมา สูบ ตอนมีลูกแล้ว นั้นไม่แฟร์กับลูกและภรรยาในอนาคต ตอนนี้ผมเลยชิงเลิกทุกอย่างก่อน



ซึ่งการที่เราตัดสินใจเราศึกษาแล้วว่าทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา มันอาจยากในช่วงแรก ตอนนี้ก็สบาย ๆ แล้ว สิ่งที่ได้คือเรื่องสุขภาพของเราที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งเรื่องของการทำงานและการโฟกัสต่าง ๆ ได้ละเอียดขึ้น ตอนนี้เลิกแล้วเหมือนโลกสดใสจริง ๆ ส่วนโอซาเขาก็เป็นแรงผลักดันที่แรงพอสมควร วันนี้เขาก็ภูมิใจในตัวผม เพราะเราเป็นเพื่อนกันมา เขาเห็นเรามาตลอด เขารู้สึกว่าผมรักเขาผมถึงทำได้ เขาก็รักเราและภูมิใจที่เราทำได้จริง ๆ ครับ”