ที่ใดมี “แม่” ที่นั่นคือบ้านที่แท้จริง…คนที่มีโอกาสได้ดูแลแม่ ถือว่าเป็นคนมีบุญที่สุดแล้ว! - Thai Social

Post Top Ad

Friday, 5 July 2019

ที่ใดมี “แม่” ที่นั่นคือบ้านที่แท้จริง…คนที่มีโอกาสได้ดูแลแม่ ถือว่าเป็นคนมีบุญที่สุดแล้ว!



เป็นอีกหนึ่งบทความที่ให้ข้อคิดได้ดีมากๆ ทุกคนบนโลกใบนี้เกิดมาย่อมมีผู้ให้กำเนิด นั่นก็คือ “แม่” จะเชื้อชาติใด ภาษาอะไร ศาสนาไหน จะร่ำรวยหรือยากจน คำว่า “แม่” เป็นคำแรกที่ลูกทุกคนเปล่งออกมายามที่เริ่มหัดพูด และเป็นคำแรกที่คนเป็นแม่รอคอยอยากได้ยินเช่นเดียวกัน “แม่” คำสั้นๆ แต่มีความหมายยิ่งใหญ่มหาศาล เป็นคำที่ประเสริฐด้วยพระคุณอย่างล้นเหลือ และคงไม่มีคำใดในโลกนี้ที่มีความหมายในตัวมันเองมากมายจนเกินคำบรรยาย เท่าคำว่า “แม่”

พระคุณแม่ยากแท้จะทดแทน วันนี้เราจึงมีพระคุณแม่ 10 ประการ ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์จนเติบใหญ่ เพื่อเตือนสติให้หลายๆ คนได้หันกลับมารักพ่อแม่ และดูแลท่านให้ดีเหมือนกับที่ท่านได้ดูแลเราตลอดมา…



ประการที่ 1

12 เดือนที่แม่คอยปกปักรักษาขณะอยู่ในครรภ์ แม่ต้องทนแบกทุ่นน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกวันอย่างไม่ลดลา

แม้มันจะหนักหน่วงปานภูเขา แต่ไม่เคยถ่วงความรัก

ยามที่ลูกเคลื่อนไหวภายในแม่เข้าใจเหมือนเป็นสัญญาณตอบ แต่ก็อดกังวลไม่ได้

จะเดินนั่งนอนก็ไม่สบายเหมือนแต่ก่อน เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกอยู่เต็มอก



ประการที่ 2

กว่าลูกน้อยจะได้ออกมาดูโลก แม่ ต้องทนจ็บปวดทุกข์มหาศาล

แต่ความปีติยินดีและความสุขเข้าแทนที่ จนลืมความเจ็บปวดไปเมื่อลูกน้อย อยู่ในอ้อมกอด

เมื่อลูกหิวนมก็ให้ดื่มน้ำนมจากอก เมื่อลูกเจ็บป่วยก็รีบเช็ดตัว พาไปพบหมอ

ขอแค่ลูกน้อยได้หายเจ็บ ได้อิ่มท้อง เพียงเท่านี้แม่ก็ยิ้มออก



ประการที่ 3

ยามเมื่ออายุลูกเข้าวัยเรียน ก็ส่งเสียให้ร่ำเรียนหนังสือหาความรู้ใส่ตัว

ต่อให้ลำบากตรากตรำสักเพียงใด ก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้ไม่ด้อยไปกว่าคนอื่นๆ

คอยสอนวิชาชีวิต ประคองให้ก้าวเดินไปอย่างมั่นคง พร้อมกับเฝ้ามองอยู่ไม่เคยห่าง

ประการที่ 4

แม่นั้นเปรียบประดุจ มหาปฐพี ส่วนพ่อนั้นเล่าก็เหมือนแผ่นฟ้าอันกว้างใหญ่

เหนือสิ่งอื่นใด พ่อแม่นั่นมอบความรักให้ทั้งหมดที่มีให้กับลูกยิ่งไปกว่ารักชีวิตตน โดยไม่มีความรังเกียจแม้แต่น้อย

คนอื่นอาจจะมองลูกของแม่ไม่สวยไม่หล่อ แต่ในดวงใจของแม่ไม่เห็นใครสวยและหล่อไปกว่าลูก

หรือแม้กระทั่งลูกที่เกิดมามีร่างการไม่สมประกอบ แม่ไม่เคยแสดงความชิงชังรังเกียจแม้แต่น้อย เพราะลูกสมบูรณ์ที่สุดในหัวใจแม่



ประการที่ 5

คอยเฝ้าเพียรทำเพื่อลูกจนแทบลืมดูแลตัวเอง

เพราะรักลูกยิ่งกว่าแม่ยอมแลกมาเพื่อลูกได้ ตัดทิ้งรูปลักษณ์ไม่แย่แสต่อความงามเหมือนใครๆ เลี้ยงลูกจนเติบใหญ่

ตรากตรำงานหนักจนลืมเหลียวแลเอาใจใส่ตนเอง

ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตของลูก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูก

ประการที่ 6

เมื่อลูกต้องออกจากบ้าน สู่แดนแสนไกล แม่ปวดร้าวหนักหนา

คอยคิดถึงห่วงหายามจากไกล เช้าค่ำเพียรเอาแต่คิดถึงหน้าลูก

ได้แต่หวังวิงวอนขอพรสิ่งศักดิ์คุ้มครองให้ลูกได้ปลอดภัย



ประการที่ 7

ไม่ว่าได้ลูกชายหรือลูกสาว แม่ทุกคนก็มีความรักให้ได้ไม่แพ้กัน

กระทั่งถึงวัยออกเรือน แต่งงาน มีคู่ครอง ก็ยังไม่วายคอยเป็นห่วงลูก

แม้ลูกนั้นลำบากเพียงเล็กน้อย แต่แม่นั้นทุกข์แทนลูกเสียมากมาย

ประการที่ 8

แม้ลูกจะเติบใหญ่ออกเรือน แต่แม่ก็ยังคงสวดมนต์ภาวนาขอให้ลูกโชคดีพ้นเคราะห์พ้นภัย

เป็นห่วงสุขภาพเจ็บไข้ไม่สบาย ก็รีบหายาไปให้รักษา

พระคุณอันยิ่งใหญ่ที่แม่มอบให้แก่ลูก คือความรัก ความเมตตาจนล้นทรวง



ประการที่ 9

ความรักความเมตตาของมารดา เสมือนดั่งดวงตะวันจันทราที่สาดส่องบนผืนพสุธา ชั่วนาตาปีโดยไม่คิดหวังค่าตอบแทนแต่อย่างใด

เป็นบุญคุณอันยิ่งใหญ่ หาเปรียบมิได้เลย เพราะความรักความผูกพันอันลึกซึ้งที่แม่ให้แก่ลูกไม่มีวันจืดจางตราบชีพมลาย

อันรักใดๆ ในใต้หล้าว่าเที่ยงแท้ แต่รักแม่ที่มีให้ไม่เป็นอื่น คือความรักอันยิ่งยืนชั่วนิรันดร ต้นปลายนั้นเสมอกันไม่เอนเอียง



ประการที่ 10

จนกระทั่งบัดนี้แม่นั้นแก่เฒ่าชราลงไปมาก

แม้อายุอานามเกือบร้อยปี หัวขาวโพลน ตาฝ้าฟาง มือแห้งเหี่ยว

แต่ความรักที่มีให้แก่ลูกก็ยังไม่เสื่อมคลายไปจากใจ ยังเอ็นดู ยังรักใคร่ไม่แปรเปลี่ยน



หากถามว่าความรักที่มีให้ลูกนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ คงจะตอบได้แต่เมื่อ มีบางอย่างมาพรากให้จากกัน

พระคุณแม่นั้นยิ่งใหญ่มากเหลือล้นกว่าที่จะพรรณนาได้หมด แม้แต่พระพุทธองค์ยังกล่าวว่า การทดแทนบุญคุณแม่นั้นมิใช่เรื่องง่ายเลย

ดังนั้นจงรัก เคารพ และดูแลท่านให้ดี

จะได้ไม่มานั่งเศร้าเสียใจยามที่ท่านต้องหลับตาไปตลอดกาล…