“ยาเขียว” ยาดีของไทยไม่เเพ้นอก คนโบราณนิยมกินแทนยาพารา ถูกและดีต่อตับมากกว่าเยอะ - Thai Social

Post Top Ad

Thursday, 18 July 2019

“ยาเขียว” ยาดีของไทยไม่เเพ้นอก คนโบราณนิยมกินแทนยาพารา ถูกและดีต่อตับมากกว่าเยอะ



เป็นอีกหนึ่งสาระประโยชน์ดีๆ สำหรับในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จกกับ “ยาเขียว”ยาดีของไทยไม่เเพ้นอก คนโบราณนิยมกินแทนยาพารา ยาเขียว ที่เป็นยาสมุนไพรไทยของเรา ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของอาการเหล่านี้ได้ดีมาก ๆ ที่สำคัญไม่มีโทษต่อร่างกายของเราอย่างแน่นอน

โดยสรรพคุณดั้งเดิมของยาเขียวนั้น แก้ได้ตั้งแต่เป็นไข้ ร้อนใน ง่าย ๆ ว่าถ้ารู้สึกตัวรุม ๆ เหมือนจะเป็นไข้ ตากฝน เพลียแดด ปวดหัวตึ้บ ๆ สามารถกินยาเขียวได้เลย ซองละ 5 บาทเท่านั้น แถมยังช่วยบำรุงตับ บำรุงร่างกาย ไม่สร้างผลเสียเหมือนยาทั่วไปที่เรากินกันอยู่ทุกวันล้านเปอร์เซ็นต์

ทางเพจ สมุนไพรหมอศุภ ยังบอกเคล็ดลับการแก้คัดจมูกมาด้วย วิธีง่าย ๆ บ้าน ๆ คนเฒ่าคนแก่ใช้มานานนมนั่นก็คือการทุบหอมแดง 2-3 หัว ใส่แก้ว เติมน้ำร้อน แล้วเอามาดมแทนการกินยา จมูกโล่งเฉยเลย! อาการปวดหัวนี้ เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน



แต่ทราบหรือไม่ว่าอาการปวดหัวนั้นสามารถจำแนกได้เป็น 8 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกัน ตามสาเหตุและอาการ สำหรับอาการปวดหัวทั้ง 8 ประเภทนี้มาฝากกันค่ะ เพื่อเวลาที่พบคุณหมอจะได้อธิบายกันได้ง่าย ๆ และคุณหมอจะได้ช่วยให้คำแนะนำได้อย่างตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย

1. อาการปวดหัวที่มาจากความเครียด อาการปวดหัวประเภทนี้ จะรู้สึกปวดขมับทั้งสองข้างเหมือนมีแรงกดจากภายใน แต่จะไม่ปวดแบบตุบ ๆ บางรายจะรู้สึกปวดที่บริเวณต้นคอ หลัง และไหล่ร่วมด้วย

2. อาการปวดหัวที่มาจากเส้นประสาทฟัน หากมีปัญหาสุขภาพฟันก็อาจจะทำให้มีอาการปวดหัวร่วมด้วย โดยจะให้ความรู้สึกปวดหัวได้ทั้งสองข้างหรือข้างเดียวก็ได้ และจะปวดเหมือนมีอะไรมารัดที่ศีรษะ และมีอาการปวดรอบกระบอกตา ร้าวไปจนถึงแถวกรามและขากรรไกร



3. อาการปวดหัวแบบไมเกรน จะมีอาการปวดหัวข้างเดียว และจะปวดมากจนอาจมีอาการเวียนศีรษะและอาเจียนร่วมด้วย แต่ในบางรายก็อาจจะปวดหัวได้ทั้งสองข้าง แต่จะปวดแบบตุบ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน

4. อาการปวดหัวจากการขาดคาเฟอีน เป็นอาการปวดหัวหากไม่ได้รับสารคาเฟอีนในชาหรือกาแฟในช่วงเวลาที่เคยรับประทาน ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหัวตื้อ ๆ และรู้สึกหนักหัว ร้าวไปจนถึงบริเวณกระบอกตา ในบางรายอาจจะมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย

5. อาการปวดหัวจากโรคไซนัสอักเสบ จะมีอาการคล้ายตอนเป็นหวัด แต่อาการปวดหัวนี้จะปวดแบบหน่วง ๆ บริเวณหน้าผาก กระบอกตา รวมทั้งบริเวณโหนกแก้มด้วย

6. อาการปวดหัวแบบเรื้อรัง จะมีอาการปวดหัวแบบหน่วง ๆ ติดต่อกันมากกว่า 15 วันต่อเดือน หรือจะมีอาการปวดหัวมากกว่า 3 เดือน ร่วมกับมีอาการเป็นไข้ และจะปวดเมื่อร่วมกับบริเวณคอและไหล่ร่วมด้วย



7. อาการปวดหัวช่วงเป็นประจำเดือน ฮอร์โมนก็มีส่วนสำคัญทำให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นกัน ซึ่งจะมีอาการปวดหัวเมื่อมีประจำเดือน และมีไข้ทับระดู ซึ่งอาการปวดหัวนี้จะมีก่อนหรือหลังประจำเดือนมา ประมาณ 2 – 3 วัน ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นอาการไมเกรนในระยะเริ่มแรกได้อีกด้วย

8. อาการปวดหัวแบบรุนแรงและเฉียบพลัน จะรู้สึกปวดหัวเหมือนได้รับแรงกระแทกที่หัว จะรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง รวมทั้งมีอาการชาบริเวณใบหน้า ลิ้น และปาก รวมทั้งมีอาการหน้ามืดแบบเฉียบพลัน ซึ่งอาจมีผลมาจากความดันโลหิตสูง หรือเนื้องอกก็ได้

แต่ทั้งนี้ แม้อาการปวดหัวอาจจะเป็นอาการที่ใครก็สามารถเป็นได้ แต่ถ้าเป็นกันบ่อย ๆ หรือหลายวันติดกัน แนะนำให้รีบไปพบแพทย์จะดีกว่านะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคใด ๆ ตามมานั่นเอง