ฟ้าใส เปิดใจ เส้นทางนางงามนักสู้ คว้ามงกฎ Miss Universe Thailand 2019 - Thai Social

Post Top Ad

Tuesday, 2 July 2019

ฟ้าใส เปิดใจ เส้นทางนางงามนักสู้ คว้ามงกฎ Miss Universe Thailand 2019



ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดี กับ ฟ้าใส ปวีณสุดา ที่เพิ่งคว้าตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2019 มาได้ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้เจ้าตัวเดินสายประกวดมากว่า 6 เวที เลยทีเดียว ล่าสุด ฟ้าใส ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บ SHOW ทางช่อง ONE31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

ความรู้สึก ณ ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ?

ฟ้าใส : จริง ๆ ณ ตอนนั้นหนูกรี๊ด เฮ้ย ฉันทำได้แล้ว แต่ตอนที่กำลังเดินแล้วโบกมืออยู่ก็คิดว่าเรากำลังฝันไปหรือเปล่า กลับไปถามเพื่อนข้างหลังเวที อันนี้เรื่องจริงหรือเปล่า แล้วเพื่อนก็มาหยิกเลยแล้วถามว่าเจ็บไหม ถ้าเจ็บก็คือเรื่องจริง มันเหลือเชื่อมาก ๆ เพราะเราฝันถึงจุด ๆ นี้มานาน



พอมงลงปุ๊บก็มีเพื่อน นางงามจากทั่วโลกมาแสดงความยินดีด้วย ไปเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เมื่อไร ?

ฟ้าใส : มันเหมือนเราผ่านมาหลายเวที ก็เลยมีคนรู้จักหลาย ๆ เวที

ความรู้สึกจากที่เราประกวดหลายเวที แล้วเวทีนี้เราประสบความสำเร็จ มันภูมิใจขนาดไหน ?

ฟ้าใส : เราย้อนกลับไปมอง ทุกความลำบากแล้วก็ทุกก้าวมันมีความหมาย และคุ้มค่ามาก ๆ

กลายเป็นปรากฎการณ์ทั่วโลกว่าคุณเป็นตัวเต็ง Miss Universe ?

ฟ้าใส : พี่พูดแบบนี้หนูก็ดีใจ ดีใจมาก ๆ ที่หลายคนเห็นถึงศักยภาพของเราแล้วเห็นว่าเราเป็นตัวเต็ง

ชีวิตเธอคล้าย แคทริโอนา อยู่เหมือนกันที่ประกวดในประเทศชนะไปแพ้บนเวทีโลก แล้วต้องกลับไปประกวดเวทีในประเทศอีกครั้ง ?

ฟ้าใส : จริง ๆ เหมือนกับเรามีเป้าหมายของมิสยูนิเวิร์สที่จะเป็นตัวแทนประเทศที่เราภูมิใจ แล้วเขาก็เคยไปประกวดมิสเวิลด์ในตอนนั้นแล้วก็ได้ TOP 5 หนูก็ไปประกวดตอนนั้นที่มิสเอิร์ธแล้วก็ได้ TOP เหมือนเข้าใจกันว่าเรามีเป้าหมายที่มิสยูนิเวิร์สขนาดไหน

แล้วมีคำแนะนำอะไรให้เราไหม ?

ฟ้าใส : ไม่ว่าจะเป็นนางงาม การเรียน การทำงานอะไรก็ตามถ้าเรามีเป้าหมายอะไรแล้ว แล้วมันอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในครั้งแรกที่เราลงมือทำ มันไม่ใช่เราไม่ดีพอ หรือว่าเราทำไม่ได้ แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องเจอ อย่าหนูก็ท้อมาก ๆ แต่ถ้าคุณมีความฝันจริง ๆ คุณต้องกล้าที่จะลงมือทำ มุ่งมั่นต่อเป้าหมายและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หนูเชื่อว่าสักวันคุณจะประสบความสำเร็จ อย่างที่หนูประสบในวันนี้



6 เวทีที่ผ่านมา ณ จุดไหนที่เหนื่อยที่สุดที่แทบจะถอดใจ ?

ฟ้าใส : มันมีความท้อไม่เหมือนกัน เพราะว่าในแต่ละเวที เวทีที่หนูหวังมากที่สุด คือเวที Miss Universe Thailand 2017 เพราะหนูตั้งใจมาก ๆ หลังจากที่จบนางสาวไทยกลับไปแคนาดา หนูจะต้องเรียนจบให้ได้เกียรตินิยม เพราะว่าเวทีนางงามไม่ได้ดูที่ความสวยอีกต่อไป เขาดูที่ความฉลาดด้วย แล้วสิ่งแรกที่เขาดูก็คือผลการเรียน ตอนนั้นเรารู้สึกเฟลที่เราไม่ได้ที่ 1 เราไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ แล้วเหมือนแบบ แล้วไปไหนต่อ แล้วทางกองยื่นมาว่าไปมิสเอิร์ธไหม เป็นตัวแทนประเทศไทยไหม ตอนแรกก็ไม่อยากไป แต่ในเมื่อเขาให้โอกาสมาหนูก็ทำการบ้านทุกอย่าง แล้วตอนนั้นคือเราทำเต็มที่มาก ๆ ในทุกวัน ถึงแม้ผลจะออกมา TOP 8 แต่หนูมองย้อนกลับไป มันไม่สามารถทำได้ดีกว่านั้นแล้ว มันก็เลยไม่มีความเสียใจหรือเสียดายอะไร

แล้วก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะไปเวทีมิสยูนิเวิร์สให้ได้ ?

ฟ้าใส : จะบอกว่า TPN เขาประกาศชัดเจนมาก ๆ ว่าเขาให้โอกาสรองกลับมาประกวดใหม่ แล้วถ้าเราไม่ได้คว้าโอกาสนั่นไว้ หนูเชื่อว่าในเวลาข้างหน้าถ้าหนูย้อนกลับมาหนูจะเสียดาย แต่มันก็มีความกลัวว่าเราจะได้ไหม หนูก็ถามตัวเองว่าจริง ๆ หนูจำเป็นต้องเป็นนางงามไหม มีสิ่งอื่นที่เราทำก็ได้ ไม่จำเป็นต้องกลับมา



คอมเมนต์อะไรที่ทำให้เราจี๊ดแล้วถอยนิดนึง ?

ฟ้าใส : มันมีหลายคอมเมนต์นะคะ อย่างเช่นคอมเมนต์เรื่องรูปร่าง ตาห่าง ตาตี๋ หนูโครงใหญ่เหมือนฝรั่งด้วย เขาก็จะบอกว่าหนูอ้วนบ้าง คือมันจะมีหลายอย่าง แต่หลังจากที่หนูประกวดมิสเอิร์ธหนูโดนบ่อยมาก คือคำศัพท์ตอนนั้นหนูไม่รู้จักแล้วหนูก็จะโดนล้อเลยสวยอย่างเดียว ไม่ได้ฉลาดนิ แล้วมาประกวดทำไม แต่มันก็เป็นบทเรียนของเราเหมือนกันว่าในครั้งต่อ ๆ ไป เวลาเราไปประกวดในเวทีนอกไม่ควรมั่นใจในภาษาจนเกินไป

แล้วคิดว่าจุดอ่อนของเราคืออะไร ?

ฟ้าใส : จุดอ่อนของหนูคือเวลาที่หนูตั้งใจอะไรมากเกินไป หนูจะเครียด เพราะเราอยากได้มันมาก

ถ้าสมมุติว่าเราไม่ได้ มิสยูนิเวิร์ส คิดว่าจะเลิกประกวดเลยไหม ?

ฟ้าใส : จริง ๆ ก็ดูว่าอายุยังไม่เกินนะคะ

เห็นว่าตอนเด็กผ่ามปมมาเยอะมาก โดนอะไรมาบ้าง ?

ฟ้าใส : หนูเกิดและจบ ป.2 ที่เมืองไทยหลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่แคนาดา คือทุกอย่างมันแตกต่างไปหมด แล้วสิ่งแรกที่เจอคือ เขาพูดภาษาอังกฤษเราพูดภาษาไทย แต่ที่เราเป็นเด็กเราก็อยากมีเพื่อน เราก็พยายามที่จะเข้าหาเพื่อน เราก็พยามพูด แต่เราก็ไม่รู้ศัพท์ครบทุกอย่างก็พูดไทยปนอังกฤษบ้าง แต่เพื่อน ๆ มองว่านี่พูดภาษาอะไร แล้วกลายเป็นว่าเราก็จะห่างจากเขา แล้วเขาก็ไม่อยากมาเล่นกับเราด้วย แล้วมันก็เรื่องภาษา หน้าตาด้วย คือตอนนั้นหนูหน้าตาไม่เหมือนใคร ไม่สามารถจับได้ว่าหนูมาจากตรงไหน

กลายเป็นโดนบูลลี่ ?

ฟ้าใส : มันก็ไม่เชิงบูลลี่ หนูไม่เคยโดนแกล้ง แต่มันเป็นความกดดันทางความรู้สึก อยู่ตัวคนเดียว



ช่วงนั้นร้องไห้แค่ไหน ?

ฟ้าใส : ตอนเด็ก ๆ หนูไม่รู้ว่าร้องไห้แค่ไหน แต่สิ่งที่จำได้คือหนูยืนมองเพื่อนตาละห้อย

มันก็กลายเป็นคนเก็บตัว ?

ฟ้าใส : มันมีหลาย ๆ อย่าง หนูเป็นเด็กเนิร์สธรรมดา ๆ ไม่กล้าแสดงออกเท่าไร เหมือนโดนแบ่งกลุ่มด้วย แต่สิ่งที่เจ็บที่สุดคือ หนูนึกว่าหนูเป็นเพื่อนกับใครคนนึง เขาก็ยิ้มแย้ม คุยกับเรา หนูก็แฮปปี้ ไอมีเพื่อนแล้ว

ในฐานะ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ วันนี้สังคมไทยโดนปัญหาบูลลี่มากมาย คุณจะมีส่วนช่วยได้ยังไง ?

ฟ้าใส : หลาย ๆ คนเขาคิดว่าคุณค่าของเรามันขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนอื่นพูด จริง ๆ มันไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับเราเองว่าเรารู้สึกโอเคไหม คือมันมีอยู่ประโยคหนึ่งที่ทำให้หนูเปลี่ยน คือ ไม่มีใครทำให้เราด้อยได้ ถ้าเราไม่ปล่อยให้เขาทำ



ขอขอบคุณ รายการ คุยแซ่บ SHOW