แม่ตาบอดป่วยติดเตียงเฝ้าลูกชาย สุดช้ำ รู้ว่าจากไปแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ใช้มือลูบทั้งน้ำตา - Thai Social

Post Top Ad

Saturday, 16 May 2020

แม่ตาบอดป่วยติดเตียงเฝ้าลูกชาย สุดช้ำ รู้ว่าจากไปแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ใช้มือลูบทั้งน้ำตา



เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ตำรวจสน.ลาดพร้าว รับแข้งเหตุพบผู้เสียชีวิตในห้องพักเลขที่ 102/123 ชั้น 5 มหาทรัพย์คอนโด ซอยประเสริฐมูญกิจ 40 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักสูง 5 ชั้น ภายในห้องดังกล่าวพบศพนายสุวรรณ คล้ายอ่ำ อายุ 54 ปี เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วัน สภาพเริ่มขึ้นอืด ใกล้กันพบนางวันดี อายุ 80 ปี มารดาของผู้ตายซึ่งตาบอดทั้งสองข้างและเป็นผู้ป่วยติดเตียงนอนเอื้อมมือลูบศพลูกชายร่ำไห้แต่ไม่สามารถขยับตัวมากอดลูกชายได้

จากการสอบถามนางวันดี ทราบว่าตนเพิ่งรู้ว่าลูกชายเสียชีวิต โดยปกติลูกชายจะหาข้าวให้กินและขณะนี้ตนไม่ได้กินข้าวมา 2 วัน แล้วเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงนำนมให้ดื่มและปลอบใจยายให้คลายความเศร้าที่เสียลูกชายไป

จากการสอบสวนนายณรงค์เดช สว่างกมล อายุ 42 ปี เจ้าของอู่รถแท็กซี่ให้เช่าผู้มาพบศพคนแรกให้การว่านายสุวรรณ หรืออ๊อด ผู้ตายเช่ารถแท็กซี่ตนขับค่าเช่าวันละ 300 บาท โดยปกติผู้ตายเช่ารถตนวิ่งรับผู้โดยสารและเอารถมาจอดไว้ที่คอนโดเพื่อมาดูแลแม่ตาบอดป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ลูกชายคอยหาน้ำหาข้าวให้กิน

กระทั่งวันที่ 12 พฤษภาคม ตนพยายามติดต่อผู้ตายให้ทำเอกสารเกี่ยวกับการรับเงินเยียวยา 5,000 บาท แต่ไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ ตนจึงมาหาที่ห้องเห็นประตูบานนอกเปิดอยู่แต่ติดประตูเหล็กด้านในจึงชะโงกดูได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง จึงเปิดประตูเข้าไปดูเห็นลูกชายนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนมีแม่นอนอยู่ด้านข้างโดยที่ยังไม่รู้ว่าลูกชายเสียชีวิตตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่



จากการสอบถามคนละแวกนั้นทราบว่านายอ๊อดเพิ่งลงมาซื้อของที่ร้านขายของชำด้านล่างเมื่อ 2-3 วันก่อนจากนั้นก็ไม่เห็นเลยแต่ที่น่าสงสารคือแม่วัย 80 ปี ที่ตาบอดไม่รู้ว่าใครจะเลี้ยง ต้องนอนอยู่กับศพ 2-3 วันข้าวปลาไม่ได้กิน สำหรับนายอ๊อดเป็นคนดีมีอัธยาศัยน้ำใจดีเช่าอยู่ที่นี่กับแม่สองคนมา 4-5 ปีแล้ว ชาวบ้านแถวนี้รู้จักกันดีก็มี

เบื้องต้นตำรวจได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่บ้านมิตรไมตรีเพื่อพายายไปดูแลเนื่องจากไม่มีญาติแล้วโดยให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญนำส่ง ส่วนศพได้ส่งชันสูตรที่นิติเวชรพ.ตำรวจ เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป