สาวไอเป็นเลือด ต้องตรวจ 4 รพ. ถึงรู้เป็นมะเร็ง เสียโอกาสรักษาไป 6 เดือน - Thai Social

Post Top Ad

Friday, 19 June 2020

สาวไอเป็นเลือด ต้องตรวจ 4 รพ. ถึงรู้เป็นมะเร็ง เสียโอกาสรักษาไป 6 เดือน



กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าเศร้าใจ เมื่อได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ค Chayanin Wisutthikul ได้แชร์ประสบการณ์ไอเป็นเลือด รักษาโรงพยาบาลแห่งหนึ่งไม่หาย จึงไปคลินิกจนพบก้อนในปอด ส่งตัวรักษาไปมา สุดท้ายพบเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง



โดยมีใจความไว้ว่า วันนี้จะมารีวิวการเข้าใช้บริการโรงพยาบาล 3-4 แห่งในช่วง 5 เดือนกว่าๆ 17 มกราคม 63 เราและบีไปถ่ายงานในบริเวณที่มีการก่อสร้าง บวกกับตอนนั้น pm 2.5 มาแรงมากและพวกเราไม่ได้ใส่หน้ากาก กลับจากการถ่ายงาน บีไออย่างรุนแรง และมีเลือดออกมาด้วย เย็นวันนั้นบีเลยไปหาหมอ ซึ่งตอนนั้นประกันสังคมของบีอยู่ที่

การรักษาของโรงพยาบาล ก็คือจ่ายยาตามอาการ ไอ เจ็บหน้าอก มีให้ล้างจมูก แล้วหมอก็นัดอีก 1 สัปดาห์ให้มาเจอใหม่ แต่ผ่านไป 3 วัน อาการบีไม่ดีขึ้นเลย ยังคงไอเป็นเลือดและเจ็บหน้าอกอยู่ บีจึงไปหาหมอก่อนเวลาที่นัด

ไม่ได้เจอหมอคนเดิม บีถามหมอว่าผมจะเป็นวัณโรคหรือเปล่า หมอก็บอกว่าไม่แน่ใจ ต้องตรวจเสมหะ ซึ่งบีไอแห้ง ไม่มีเสมหะเลย หมอก็เลยจ่ายยาตามอาการอีกครั้ง โดยครั้งนี้ให้กระบอกเก็บเสมหะมาด้วย บอกว่ามีเสมหะเมื่อไหร่ก็ให้เอามาให้ ไม่งั้นก็ฟันธงไม่ได้ว่าบีเป็นวัณโรคหรือเปล่า และหมอก็นัดบีอีก 1 สัปดาห์ให้มาหาใหม่

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ บวกกับอาการของบีที่ไม่ดีขึ้น เหล่าเจ้านายจึงแนะนำแกมบังคับให้ไปหาหมอที่ คลินิค เพราะรักษาดีและราคาไม่แรงมากนัก เราก็เลยเป็นคนโทรคุยกับทางคลินิกเพื่อแจ้งรายละเอียดอาการ และนัดวันให้บีเข้าไปพบแพทย์ต่อไป

26 มกราคม 63 คือวันที่บีได้เข้าไปเจอกับหมอที่ศูนย์แพทย์เป็นครั้งแรก ได้เจอหมอทวีศักดิ์ เล่าอาการให้ฟัง และหมอจับ x-ray ปอดเลย ให้ยาผ่านทางน้ำเกลือวันนั้นเลย (และยังต้องให้ต่อเนื่องอีก 2 วัน ซึ่งมันจะตรงกับวันที่หมอที่ นัดไปดูอาการ แต่บีเลือกที่จะไม่ไป... แล้วไปให้ยาที่ศูนย์แพทย์แทน) จ่ายยามากิน 1 สัปดาห์ผ่านไป ผล x-ray ออกมาปรากฏว่าเป็นปอดอักเสบ ที่ปอดมีฝ้าขึ้นกระจายๆ (ตอนนั้นพวกเราก็คาดกันว่าน่าจะมาจาก pm 2.5 และฝุ่นก่อสร้างที่เราไปทำงานกันมา)

เป็นแบบนี้ 2-3 ครั้ง ก็พบว่ามาถูกทางแล้ว ฝ้าที่ปอดค่อยๆ จางจนหายไปทั้งหมด แต่สุดท้ายคือ มีก้อนขาวๆ อยู่กลางหน้าอก ซึ่งหมอกลัวว่ามันจะเป็นชิ้นเนื้อ เลยต้องทำ CT SCAN ดูว่ามันคืออะไร ซึ่งการจะทำ CT SCAN ที่ศูนย์แพทย์ก็จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 7-8000 บาท หมอก็แสนดี ไม่อยากให้บีเสียเงินมาก เลยเขียนใบส่งตัวมาให้ทางประกันสังคม พร้อมกับแผ่น CD ที่ทำ x-ray ไปต่างๆ

มาถึงจุดนี้ต้องบอกเลยว่าหมอและพยาบาลที่ศูนย์แพทย์นี้คือดีจริง ดูแล ใส่ใจเป็นอย่างดี แนะนำทุกอย่าง บีบอกว่าบีรู้สึกได้ว่าเค้าอยากให้เราหายจริงๆ

หลังจากที่บีได้รับใบส่งตัว เย็นวันนั้นเลยบีก็เดินทางมาที่โรงพยาบาล ทันที เมื่อมาถึงจุดที่ต้องลงทะเบียนยื่นบัตรประชาชน บีก็พยายามเอาเอกสารส่งตัวพร้อมแผ่น CD ให้พยาบาลตรงนั้น แต่เธอก็ไม่ได้รับไว้ ก็มานั่งรอหมอ พอได้เข้าไปเจอกับหมอ คือ นพ.ศุ.ร ว. ต่อไปนี้จะขอเรียกสั้นๆ ว่า หมอศอ

พอเข้ามาพบกับหมอศอ บีก็เล่าอาการให้หมอศอฟัง พร้อมกับบอกว่า ผมมีใบส่งตัว ผมไปหาที่ศูนย์แพทย์มาแล้วเค้าอยากให้ผมทำ CT SCAN เพื่อดูว่าก้อนขาวๆ นี้คืออะไร แต่หมอศอก็หาได้สนใจไม่ หมอศอไม่ได้รับเอกสารส่งตัวไป หมอศอไม่ได้เปิด CD ดู หมอศอจะให้บีนอน 1 คืน แต่บีไม่สะดวกเลยไม่ขอนอน หมอศอเลยให้ x-ray ปอด และจ่ายยาฆ่าเชื้อปอดอักเสบมา แล้วนัดดูอาการอีก 1 สัปดาห์ เย็นวันนั้น พยาบาลที่ศูนย์แพทย์ก็โทรมาถามว่า เป็นยังไงบ้าง เจอหมอแล้วได้ความว่ายังไงบ้าง บีเล่าให้พยาบาลฟังแล้วพยาบาลก็ได้แต่งงว่า คุณบีมีใบส่งตัวจากแพทย์เฉพาะทางแล้วเค้ายังไม่ให้คุณบีสแกนอีกหรอ ไม่ใช่แค่พยาบาลที่งง ทุกคนก็งงค่ะ

ผ่านไป 1 สัปดาห์ ผล x-ray คือไม่มีฝ้าแล้ว (คือมันไม่มีฝ้าตั้งแต่จบจากศูนย์แพทย์แล้วไง) หมอศอบอกว่า ไม่มียาให้แล้ว คุณหายแล้วกลับบ้านได้ หะ งงปะ? บีเลยชี้ไปที่หน้าจอ x-ray ของหมอศอว่า เนี่ยครับ หมอที่ศูนย์แพทย์เค้ากังวลว่ามันจะเป็นเนื้องอก เค้าเลยอยากให้ผมมาทำ CT SCAN ที่นี่ เพราะประกันสังคมผมอยู่นี่ หมอศอตอบกลับมาว่า ไม่ใช่เนื้องอก เส้นเลือดใหญ่

แล้วบีก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ เพราะหมอศอบอกว่าบีหายแล้ว แต่อาการไอของบีไม่ดีขึ้นเลย ยังคงไอหนักเท่าวันแรกที่บีไอ แต่ไม่มีเลือดแล้วเท่านั้นเอง เจ้านายจึงแนะนำแกมบังคับอีกรอบว่าให้ไป CT SCAN ที่ศูนย์แพทย์ซะ จะได้รู้ไปจบๆ ว่าเป็นอะไร บีก็เลยโทรนัดคุณหมอทวีศักดิ์อีกครั้งและได้วันทำ CT SCAN มา (ซึ่งหลังจากนี้บีก็ได้ทำเรื่องย้ายประกันสังคมมาอยู่ที่ โรงพยาบาลเปาโลเกษตร)

24 มีนาคม 63 คือวันไปทำ CT SCAN คุณหมอทวีศักดิ์งงมาก ผมเป็นแพทย์เฉพาะทางที่เขียนใบส่งตัวให้คุณไปละเอียดมาก เค้าไม่เปิดดู CD คุณได้ไง สาธุ99



ผลออกมาว่า อีจุดขาวๆ ที่กลางหน้าอกนั่นอ่ะ มันคือเนื้องอก ที่ตอนนี้มีขนาดความยาว 9x8x7 cm (ลองกำมือดู นั่นแหละ ขนาดโดยประมาณ) และเนื่องด้วยว่าศูนย์แพทย์เป็นคลินิก ก็เลยสิ้นสุดการรักษาที่นี่ หมอก็เลยเขียนใบส่งตัวให้อีกครั้ง เพื่อให้มารักษาตัวต่อที่ประกันสังคมคือโรงพยาบาล

27 มีนาคม 63 บีมายื่นใบส่งตัวที่ประกันสังคมของโรงพยาบาล หมอรับไป เปิดแผ่น CD และส่งตัวไปยังแพทย์เฉพาะทางด้านปอดทันทีในวันนั้นเลย ได้ข้อสรุปว่า ต้องทำการเจาะชิ้นเนื้อออกไปตรวจดูว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย แล้วค่อยมาออกแบบวิธีการรักษากันต่อไป หมออธิบายว่าเคสของบีเป็นเคสค่อนข้างยาก เพราะขนาดใหญ่ และอยู่กลางหน้าอก เดี๋ยวหมอจะนัดวันเจาะให้ (นัดให้เจาะกับหมอที่เชี่ยวชาญอีกคน)

ระหว่างที่รอนี้คือไร้จุดหมายมากๆ จากวันที่ 27 มีนาคม 63 บีได้วันผ่าเจาะชิ้นเนื้อคือวันที่ 8 พฤษภาคม ระหว่างเดือนกว่าๆ นี้ ที่ช้าเพราะรอวันนัดจากโรงพยาบาล ได้วันนัดแล้วจะโทรแจ้ง แล้วเงียบ พอโทรไปตามเองก็พบว่าได้วันนัดแล้ว (แล้วไหนบอกจะโทรบอก?) ไปตามนัดก็นัดให้ผิด ประสานงานกันผิดพลาด คือบอกตรงๆ ว่ามีความเสียเวลาหลายครั้งหลายหนมาก แล้วอยู่ๆ บีก็เสียงหายแบบแทบจะไม่มีเสียงออกมาเวลาพูด และอาการไอก็ยังไอเยอะเท่าเดิม ไม่มีเบาลงเลย



24 พฤษภาคม 63 วันฟังผล สรุปว่าเป็นเนื้อไม่ดี ตอนนี้ได้ทำการส่งตัวไปรักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาล เพื่อดูแนวทางในการรักษาต่อไป

3 มิถุนายน 63 คือวันที่บีไปโรงพยาบาล ครั้งแรก เพื่อไปทำประวัติเฉยๆ (หมอแนะนำให้ไปทำประวัติไว้ก่อนจะระหว่างรอผลตรวจชิ้นเนื้อรอบ 2) แล้วได้รับใบนัดให้มาใหม่ 10 มิถุนายน



10 มิถุนายน 63 เวลา 8 โมงเช้า บีไปเอาใบส่งตัวที่ แล้วเดินทางต่อไปที่โรงพยาบาล ปรากฏว่ายังทำอะไรไม่ได้อีก เพราะว่าเอกสารส่งตัวจาก ไม่ครบ ยังดำเนินการไม่ได้ นี่ปวดหัวแทน บีเลยขับรถกลับ ระหว่างทางแฟนของบีเลยโทรหา ว่าได้ผลรอบ 2 หรือยัง ยังค่ะ ถ้าได้แล้วจะโทรไปบอกนะคะ บีก็เห็นว่าโรงพยาบาล เป็นทางผ่านกลับบ้านเลยแวะถามอีกที อ้าว เมื่อกี้ญาติโทรมาแล้วไม่ใช่หรอคะ แล้วเค้าก็ดูเอกสาร อ้อ มาแล้ว เซ็นตรงนี้ เอ่า ไหนบอกจะโทรบอก งงเด้อ

คุณเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนะ หมอบอกบีเมื่อวาน แล้วต่อจากนี้ก็ค่อยๆ รักษาตัวกันไป

ที่มา Chayanin Wisutthikul