เช็คสถานะ เราไม่ทิ้งกัน - Thai Social

Post Top Ad

Saturday, 20 June 2020

เช็คสถานะ เราไม่ทิ้งกัน



วันที่ 21 มิถุนายน 2563 ทีมข่าว dailyliveexpress ได้รับรายงานว่า มาตรการช่วยเหลือ 5000 บาท ต่อเนื่อง 3 เดือน ในโครงการ เราไม่ทิ้งกัน ผ่านการลงทะเบียนใน เราไม่ทิ้งกัน ยังทยอยจ่ายเงินให้กับผู้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง จนถึงตอนนี้ แม้ว่าโครงการจะปิดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ขณะที่เมนูในเว็บไซต์นั้น เหลือเพียง 2 เมนูให้ทำรายการคือ ตรวจสอบสถานะ และสละสิทธิ



ระบบยังทำการโอนเงินงวดสุดท้ายให้กับผู้ผ่านเกณฑ์ลงทะเบียนที่ได้สิทธิรับเงินเยียวยาจากเราไม่ทิ้งกันมาตั้งแต่เดือนแรก โดยมีหลักเกณฑ์การรับเงินในวันเดียวกันกับที่มีการโอนเงินทั้ง 2 เดือนที่ผ่านมา

กล่าวคือ ระบบจะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตั้งแต่วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เนื่องจาก เสาร์ ถึง อาทิตย์ ระบบธนาคารปิด ทำให้ไม่สามารถโอนเงินผ่านธนาคารได้ ดังนั้น ผู้ที่ได้รับสิทธิจะได้รับเงินจากเราไม่ทิ้งกันงวดสุดท้าย 5000 บาท รวมเป็นเงินทั้งมาตรการ 15000 บาท ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 26 มิถุนายน 2563

หากใครที่ต้องการทราบว่าขั้นตอนการ เยียวยา หรือรับเงินช่วยเหลือ ของตนเองนั้นอยู่ในสถานะไหน สามารถเข้าไปตรวจสอบสถานะจากเราไม่ทิ้งกันได้ที่ เมนูตรวจสอบสถานะ หรือ คลิกที่นี่

ขณะที่ กลุ่มผู้ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกันไม่สำเร็จที่มีรายชื่อกว่า 1.7 ล้านรายนั้น ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติ 4 โครงการช่วยเหลือ และชดเชยแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่กระจายของ cd 19 รวมทั้งคัดกรองผู้ที่ลงทะเบียนโครงการเราไม่ทิ้งกันไม่สำเร็จ จำนวน 302160 คน ซึ่งต้องเป็นกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบที่ยังไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากโครงการต่างๆ ของรัฐ รวมทั้ง ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ด้วย

โดย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณากำหนดกลุ่มเป้าหมายและกลไกความช่วยเหลือให้ชัดเจน ก่อนส่งให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ พิจารณาใน 1 เดือน เพื่อนำไปสู่มาตรการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการเยียวยา กลุ่มตกหล่นมาตรการเราไม่ทิ้งกัน ทั้ง 302160 รายนั้น จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5000 บาท 3 เดือน รวมเป็นเงิน 15000 บาทต่อคน เหมือนกลุ่มผู้ลงทะเบียน 15.1 ล้านคนก่อนหน้านี้ เพราะลักษณะ และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ส่วนจะเป็นเท่าไหร่ให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะนำไปพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง เพื่อเสนอขอใช้เงินกู้จากคณะกรรมการกลั่นกรอง